Tuesday, 17 May 2022

เบญจมาศ ทำไงให้ออกดอกตลอดทั้งปี ปลูกและดูแลอย่างไร พร้อมเรื่องราวที่คุณไม้เคยรู้

เบญจมาศ

เบญจมาศ ไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูง เบญจมาศเป็นไม้ดอกหรือไม้ประดับสร้างความสวยงามให้กับผู้พบเห็น แถม, เบญจมาศ ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ได้ด้วย เบญจมาศ ปลูกในบ้านใส่กระถาง นิยมเบญจมาศแคระ หรือปลูกลงแปลงเก็บดอกขายก็ได้กำไรงาม ราคาขึ้นอยู่ที่สายพันธุ์ ดอกมีหลากหลายสีสันแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักไม้ล้มลุกชนิดนี้ เรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อสามัญ : Chrysanthemum

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Chrysanthemum x grandiflorum Ramat.

ชื่อวงศ์ : Asteraceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น

       เบญจมาศ จัดเป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็ก อีกทั้งยังจัดเป็นไม้ตัดดอกในวงศ์ทานตะวันด้วย มีการซื้อขายดอกอย่างแพร่หลาย มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากดอกกุหลาบ ลำต้นมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ความสูงไม่มากประมาณ 70-80 เซนติเมตร สามารถแตกกิ่งก้านได้ไม่มาก ตามกิ่งและลำต้นมีขนปกคลุมละเอียด

ใบ

       มีลักษณะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว ใบออกเรียงสลับ รูปทรงของใบคล้ายรูปไข่ หรือรูปหอก โคนใบตัดหรือสอบแหลม ส่วนปลายใบจะแหลม ขอบหยัก ใบมีสีเขียวเข้มและมีขนปกคลุมทั่วทั้งใบ

ดอก

       ดอกของไม้ล้มลุกชนิดนี้ลักษณะการออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกแน่น ดอกออกบริเวณปลายกิ่งและซอกใบ ดอกมีด้วยกันหลายสีสัน สวยงาม เนื่องจากมีหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกสีขาว ดอกสีชมพู ดอกสีแดง และดอกสีเหลือง เป็นต้น กลีบเลี้ยงจะมีสีขาวปลายแหลมรูปทรงรี ดอกออกเรียงสลับกันหลาย ๆ ชั้น ส่วนกลีบดอกเรียงสลับกันสองชั้น ชั้นนอกรูปทรงรี โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ภายในประกอบไปด้วยเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย

ความหมายของเบญจมาศ

       เบญจมาศ ความหมายเป็นอย่างไร เชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้ เราจะเล่าให้ฟัง เบญจมาศ หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ดอกมัม” ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของความรื่นเริง ความสนุกสนาน แสดงออกถึงการมองโลกในแง่ดี ซึ่งดอกเบญจมาศแต่ละสี มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป เช่น ดอกสีแดง คือดอกไม้แห่งความรัก ดอกสีเหลือง คือดอกไม้แห่งความปรารถนาดีและความโชคดี ส่วนดอกสีขาว คือดอกไม้อันทรงเกียรติ แสดงถึงความชื่อสัตย์ภักดี

       ดอกเบญจมาศ คือ สัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วง ชาวจีนโบราณมีความเชื่อว่า ดอกเบญจมาศสื่อถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติ นอกจากนั้นยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความยืนยาว อายุยืนและความเป็นนิรันดร์ด้วย

ความเป็นมาของเบญจมาศ

       ไม้ล้มลุกชนิดนี้ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่น เบญจมาศสำหรับชาวญี่ปุ่นคือดอกไม้ประจำราชวงศ์ ทั้งในประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นจะมีเทศกาลดอกเบญจมาศจัดขึ้นในเดือน 9 หรือเดือนกันยายน และด้วยความที่ดอกไม้ชนิดนี้สามารถหาได้ไม่ยาก จึงนิยมนำมาตกแต่งในงานศพ อีกทั้งประเทศทางแถบยุโรปหลายประเทศ ยังมีการนำดอกไม้ชนิดนี้ตกแต่งหลุมศพด้วย ด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้ดอกไม้ชนิดนี้สื่อถึงความตาย ผู้คนจึงไม่นิยมนำดอกเบญจมาศไปมอบให้กัน หรือไม่นิยมนำไปเยี่ยมคนป่วย

เบญจมาศ
เบญจมาศ
เบญจมาศ

เบญจมาศและสรรพคุณทางยาสมุนไพร

1.ต้น

       ต้นนิยมนำไปอบแห้งหรือตากแห้ง นำมาชงเป็นชาสมุนไพร รักษาโรคตับ ประจำเดือนมาไม่ปกติ รักษาอาการปวดศีรษะ ขับลมในลำไส้ บำรุงประสาท บำรุงสายตา แก้วิงเวียน ทำให้เจริญอาหารและช่วยป้องกันไม่ให้ผมหงอกเร็ว ลำต้นยังสามารถรักษาอาการภายนอกได้เช่น นำมาพอกผิวหนัง บรรเทาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือรักษาโรคผิวหนังอื่น ๆ

2.ดอกและใบ

       ดอกและใบสามารถนำไปคั้นสดใส่บาดแผล ช่วยรักษาบาดแผล หรือนำไปต้มดื่มรักษาโรคนิ่ว รักษาวัณโรค ตลอดจนโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบต่อมน้ำเหลือง

เบญจมาศ
เบญจมาศ
เบญจมาศ
เบญจมาศ
เบญจมาศ
เบญจมาศ

เบญจมาศสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยม

       นอกจากเบญจมาศจะมีดอกหลากหลายสีสันตามสายพันธุ์ที่แตกต่างกันออกไปแล้ว ก็ยังมีสายพันธุ์อื่นๆ ที่ลักษณะของต้นแตกต่างกันออกไปด้วยอย่างเช่น เบญจมาศเงินที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เบญจมาศเงิน จุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือใบจะมีสีอมเทาถึงสีเทาเงิน ออกดอกเป็นช่อ มีสีเหลือง นิยมปลูกในกระถางเป็นไม้ประดับต้น ไม้ประดับดอก สร้างความสวยงามให้กับผู้ที่พบเห็น สายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พบได้มากในกวางตุ้ง นอกจากนั้นยังพบได้มากในเกาะไต้หวัน รวมถึงประเทศญี่ปุ่น อินโดจีน ฟิลิปปินส์และได้มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทย

       นอกจากเบญจมาศเงิน แล้วยังมีเบญจมาศดอย (Montanoa grandiflora) ที่หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์เบญจมาศทั่วไป เบญจมาศดอย ถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโก ต้องขอบอกก่อนเลยว่าจริงๆ แล้วเบญจมาศชนิดนี้ไม่ได้เป็นญาติกับเบญจมาศแต่อย่างใด แต่คนไทยเอามาตั้งชื่อเองเพราะเห็นว่าลักษณะคล้ายกัน คนที่ไปเที่ยวม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มักไปถ่ายรูป ยลโฉมดอกที่เบางบาน สวยงาม ก็เลยถูกเรียกว่าเบญจมาศดอยไปโดยปริยาย  เบญจมาศดอยเป็นไม้พุ่ม เป็นไม้วงศ์เดียวกันกับดาวเรืองทานตะวัน ดอกจะมีสีขาว ขนาดใหญ่กว่าดอกเบญจมาศ แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ด้วย

การปลูกเบญจมาศ

       ขั้นตอนแรกให้เลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่จะปลูก ว่าสามารถตอบสนองต่ออากาศและปุ๋ยหรือไม่ เมื่อได้สายพันธุ์ที่ต้องการปลูกแล้ว ให้ทำโรงเรือนความสูงประมาณ 2-3 เมตร โรงเรือนที่ด้านในเปิดให้อากาศถ่ายเท ด้านบนปิดด้วยพลาสติกใสทำเป็นหลังคา ป้องกันฝนและแดด ไม้ล้มลุกชนิดนี้ชอบอากาศถ่ายเท อากาศเย็น และความชื้นแต่ดินต้องไม่แฉะเพราะถ้าดินแฉะรากจะเน่า ยิ่งถ้าอากาศร้อนเกินไปอาจทำให้ได้ดอกที่เล็กกว่าปกติได้ การรดน้ำแนะนำ ควรรดในตอนเช้า เพราะน้ำที่เปียกใบจะมีโอกาสแห้งระหว่างวันแบบรวดเร็ว สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาของโรคราได้ ต้นพันธุ์ไม่ต้องปล่อยให้มีดอก เพื่อเอายอดมาเพาะพันธุ์ด้วยการชำให้เกิดราก จากนั้นนำไปปลูกในแปลงหรือกระถาง

เตรียมแปลงปลูก

       หากเป็นดินลูกรัง ให้แก้ปัญหาด้วยการเอาขุยมะพร้าว แกลบ ขี้วัว มาผสมลงแปลง คลุกเคล้าจนเข้ากันและกระจาย ความกว้างของแปลงประมาณ 90 เซนติเมตร ความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ การปลูกให้ยกร่องเหมือนปลูกผัก จากนั้นให้นำกิ่งพันธุ์ที่เพาะไว้จนเกิดราก มาปักชำ แปลงต้องมีการควบคุมปุ๋ย น้ำ และแสง ปุ๋ยใช้สูตร 15-15-15 เร่งลำต้นให้โตเร็ว สมบูรณ์ เมื่อต้องการเร่งออกดอกใช้ปุ๋ยสูตร 8-24-24

       เบญจมาศประเภทที่นิยมปลูกเป็นไม้ตัดออก ได้แก่ Standard Type ให้ดอกขนาดเล็ก แต่ละต้นมีประมาณ 3-4 กิ่ง แต่ละกิ่งมีเพียง 1 ดอก เท่านั้น สำหรับ Exhibition Type มีดอกขนาดเล็กแต่ใหญ่กว่าประเภทแรก ดอกทรงกลม ลำต้นสูงใหญ่ แต่ละกิ่งมีเพียง 1 ดอก และ Spray Type ประเภทนี้ดอกจะเล็กว่าประเภทแรก แต่ละกิ่งมีหลายดอก 1 ต้นมีประมาณ 3-4 กิ่ง นิยมปลูกเพื่อขายดอก

เบญจมาศ
เบญจมาศ

การบังคับให้ออกดอกตลอดทั้งปี

       เบญจมาศ ส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีอายุสั้น เมื่อกลางวันสั้นกว่า 144.5 ชม. จะเริ่มสร้างตาดอก และออกดอกสมบูรณ์ได้ต้องช่วงวันสั้นกว่า 13.4 ชั่วโมง หากปลูกในช่วงวันสั้นจะออกดอกเร็วหรือให้ดอกเมื่อต้นยังเล็กอยู่ แต่เมื่อกลางวันยาวกว่า 14.5 ชม. จะไม่สร้างดอกหรือให้ดอกผิดปกติ ดังนั้น จึงต้องบังคับช่วงวัน ให้สร้างดอกเมื่อต้องการให้ออกดอกตลอดทั้งปี

       หมายความว่าต้องให้แสงไฟช่วงกลางคืน เพราะประเทศไทยมีช่วงกลางวันสั้นกว่า 16 ชม. ระยะเวลาการให้แสงยึดหลัก ช่วงมืดไม่เกิน 4 ชม. ปริมาณแสง 8-100 ลักซ์ ติดตั้งหลอดไฟประมาณ 2 เมตร เพื่อให้ได้ความแม่นยำแนะนำใช้เครื่องมือวัดความเข้มข้นของแสง จะทำให้ได้รับแสงอย่างถูกต้องและไม่ออกดอกก่อนกำหนด

เบญจมาศ

และนี่ก็คือ เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเบญจมาศ ไม้ล้มลุก ไม้ดอกไม้ประดับที่ใครๆ หลายคนนิยมปลูก เป็นอย่างไรกันบ้าง ทีนี้หลายๆ คนคงหายสงสัย กระจ่างแจ้งมากขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สายพันธุ์ที่นิยม การปลูก การดูแล การบังคับให้ออกดอก ความเป็นมา ความหมาย ไปจนถึงสรรพคุณทางยาสมุนไพร แถมยังเป็นไม้ฟอกอากาศด้วยนะ เรียกว่า ประโยชน์มากมาย ล้นเหลือจริง ๆ  ปลูกประดับก็สวยปลูกขายก็ดี บางคนปลูกขายเป็นรายได้เสริมระหว่างทำงานหรือระหว่างเรียนเพราะเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อขายมาเป็นอันดับสองรองจากดอกกุหลาบ ขายดี ไม่มีตกเทรนแน่นอน

งานวิจัยอ้างอิง Chrysanthemum (bellarmine.edu)