Tuesday, 17 May 2022

ต้นจามจุรี ประวัติความเป็นมาอย่างไร มีประโยชน์มากมาย นอกจากให้ร่มเงา

จามจุรี

เมื่อพูดถึงต้นจามจุรี และหลายคนก็คงจะนึกถึงต้นไม้ทรงพุ่มกว้าง แตกกิ่งก้านจำนวนมาก ให้ร่มเงาเย็นสบาย แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วจามจุรีนั้นยังมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้ให้มากขึ้นรวมถึงวิธีการปลูกและการดูแลรักษาด้วยจะน่าสนใจแค่ไหนตามไปชมกันเลย

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อสามัญ : Rain Tree, East Indian Walnut

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Samanea saman (Jacq.) Merr.

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE

ต้นจามจุรีมีประวัติความเป็นมาอย่างไร

       ต้นจามจุรี มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้และได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก ซึ่งประเทศไทยของเราก็ได้นำเข้าต่อมาจากประเทศพม่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2443 โดย มิสเตอร์เอ็ชเสลด (Mr. H. Slade) ผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีกรมป่าไม้คนแรกของประเทศไทย ในช่วงเวลานั้นได้นำเข้ามาปลูกข้างถนน สองข้างทางในที่ทำการของกรมป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่และบางส่วนได้นำมาปลูกที่จังหวัดกระบี่ทางตอนใต้ของประเทศไทย สมัยก่อนต้นจามจุรีถูกเรียกว่าต้นกิมบี้เป็นภาษาเหนือ ส่วนภาษาอีสานเรียกว่าต้นฉำฉาหรือต้นสำสา 

ต้นจามจุรี

Photo by Jay Shah on Unsplash

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ราก

       ต้นจามจุรี ต้นไม้ที่มีระบบรากแก้วสามารถแตกแขนงออกทางด้านข้าง รากแขนงมักแทงออกตามแนวนอนขนานกับผิวดินในระดับตื้น รากสามารถแตกแขนงออกยาวได้มากกว่า 10 เมตร เพื่อเป็นฐานพยุงลำต้น เนื่องจากลำต้นที่มีลักษณะทรงพุ่มกว้างใหญ่

ต้น

       สำหรับลำต้นของจามจุรีจะมีลักษณะที่ค่อนข้างกลม ไม่สมมาตร สามารถแต่งกิ่งก้านที่ระดับต่ำประมาณ 3-5 เมตร กิ่ง ประกอบไปด้วยกิ่งหลักและกิ่งแขนง สำหรับเปลือกของลำต้น หากเป็นต้นอ่อนเปลือกลำต้นจะมีสีขาวเทา แต่เมื่อต้นแก่หรือมีอายุนานหลายๆ ปี เปลือกของลำต้นจะมีสีดำเป็นแผ่นตกสะเก็ด กิ่งอ่อนมีสีเทา กิ่งแก่มีสีน้ำตาล

ใบต้นจามจุรี มีลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายใบมนกว้าง ส่วนโคนใบเล็ก ใบ ประกอบไปด้วยก้านใบหลักและก้านใบย่อย ก้านใบหลักจะแทงออกที่บริเวณปลายกิ่ง เรียบสลับข้างกัน ก้านใบหลัก 1 ก้านมีก้านใบย่อยประมาณ 4-6 คู่ โดยแต่ละคู่จะอยู่ตรงข้ามกันบนก้านใบ ซึ่งก้านใบแต่ละคู่นั้นมีจำนวนใบย่อยที่แตกต่างกันออกไป ใบแก่จะมีสีเขียวเข้ม สีเหลือง และสีน้ำตาลตามลำดับ ส่วนใบอ่อนจะมีสีเขียวอ่อน

ดอก

       ดอกจามจุรีเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีทั้งดอกเพศผู้และดอกเพศเมียในต้นเดียวกัน ลักษณะการออกดอกจะเป็นช่อ โดยออกดอกบริเวณปลายกิ่งเหนือซอกใบ ก้านช่อดอกจะยาว กลีบดอกเล็ก สั้น สีเหลืองดอกจะแตกก้านเกสรออกมาให้เห็นเมื่อดอกบาน ซึ่งจะมีสีสวยงามและประกอบไปด้วยเกสรเพศผู้ที่เป็นเส้นยาวจำนวนมาก เมื่อดอกบานเกสรจะมีสีขาวและเมื่อแก่ปลายเกสรจะมีสีชมพูสดใสสวยงาม

ผล/ฝัก

       ผลของจามจุรีมีลักษระเป็นฝัก รูปทรงยาวแบน คล้ายกับฝักถั่ว ฝักแก่จะมีสีน้ำตาลจนถึงสีดำ ความยาวของฝักแก่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร และมีความกว้าวประมาณ 3-5 เซนติเมตร ขอบฝักเป็นเส้นแนวตรงเสมอกันและมีเส้นสีเหลืองตามขอบ บริเวณที่มีเมล็ดร่องฝักจะนูน เมล็ดหุ้มด้วยเนื้อผลสีน้ำตาล เนื้อผลจามจุรีมีกลิ่นหอม รสหวาน สามารถนำมารับประทานได้

ต้นจามจุรีมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

1.จามจุรี ต้นไม้ ไม้ทรงพุ่มกว้าง สามารถแผ่กิ่งก้านปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง สร้างร่มเงาทำให้เกิดความร่มรื่น นิยมปลูกเพื่อสร้างร่มเงาตามหัวไร่ปลายนา ข้างถนน สถานที่ราชการ นอกจากนั้นยังนิยมปลูกเป็นไม้ประดับด้วยการตัดแต่งไม่ให้ต้นสูงและแตกกิ่งก้านจำนวนมาก อีกทั้งยังใช้เป็นเกาะของเฟิร์นและกล้วยไม้ได้ด้วย

2.นิยมนำเนื้อไม้จามจุรีมาใช้ประโยชน์ในงานก่อสร้างเพราะมีความแข็งแรง นำมาแปรรูป เลื่อย ตกแต่งผนัง ใช้ไม้ฝา ทำเป็นคาน ขอบหน้าต่าง วงกบประตู ฯลฯ นอกจากนั้นยังสามารถนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้ด้วย เนื่องจากมีลายไม้ที่สวยงามเป็นจุดเด่น ยิ่งนำมาขัดยิ่งขึ้นเงาสวยงาม เนื้อไม้จามจุรีวงนอกจะมีสีขาวเหลือง แก่นด้านในมีสีน้ำตาลไปจนถึงสีดำเข้มเป็นลายด่างสวยงาม

3.กิ่งออกของต้นจามจุรี สามารถนำมาเป็นอาหารของคลั่งได้ คลั่ง คือ สัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งมีราคาสูง ตลาดต่างประเทศต้องการมาก อย่างไรก็ตาม จามจุรีที่นิยมปลูกเพื่อเลี้ยงคลั่ง ดอกจะมีสีชมพู เปลือกสีดำ ใบเขียวมันเข้ม

4.สามารถนำเอาเมล็ดของฝักแก่มาทานเป็นอาหารได้ มีรสหอมหวาน หรือจะนำมาต้มชงดื่มเป็นชาได้ และฝักแก่สามารถนำมาหมักเป็นเหล้า ผลิตแอลกอฮอล์ได้ด้วย

ต้นจามจุรี

สรรพคุณของต้นจามจุรี

  • ราก สามารถนำมาต้มดื่ม ใช้รักษาอาการท้องร่วง หรือนำรากมาฝนรักษาบาดแผลอักเสบ หรือแผลเป็นหนองได้
  • ผลสุกหรือฝัก นำมาทานเป็นอาหารเป็นยาบำรุงร่างกาย
  • นำใบสดมาต้มดื่ม หรือตากแห้งต้มดื่มเป็นชา มีสรรพคุณรักษาโรคท้องร่วง
  • เปลือกของลำต้นที่มีรสฝาด นำมาต้นดื่มรักษาอาการท้องเสีย แก้ริดสีดวงทวาร หรือหากนำมาฝน บด ทาบริเวณแผล รักษาแผลให้หายเร็วขึ้นป้องกันแผลติดเชื้อ แผลเป็นหนองได้ แต่ถ้านำเปลือกมาเคี้ยวรักษาอาการเหงือกบวมหรือแก้ปวดฟันได้
  • เมล็ด มีรสฝาดเป็นยาใช้บดหรือฝนทารักษาบาดแผล แผลติดเชื้อ แผลเป็นหนอง ใช้แก้โรคผิวหนัง หรือนำมาต้นดื่มรักษาโรคท้องเสียได้

ความเชื่อเกี่ยวกับจามจุรี

       ต้นจามจุรี ความเชื่อของคนไทย เชื่อว่าจามจุรียักษ์ หรือต้นที่มีอายุมากกว่า 100 ปี จะมีเทวดาอารักขาอยู่ ชาวบ้านนิยมกราบไหว้บูชา ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องของโชคลาภวาสนาโดยเฉพาะเรื่องการเสี่ยงโชค ชาวบ้านจะนำผ้าสามสีมาผูกรอบๆ ต้นเพื่อเป็นการเคารพบูชา  

การปลูกต้นจามจุรี

       ต้นจามจุรี ต้นไม้ที่ได้รับความนิยมในการปลูก สามารถปลูกและขยายพันธุ์ได้หลายวิธี นิยมใช้วิธีการเพาะเมล็ด ควรเพาะในช่วงฤดูหนาวเพื่อให้มีอัตราการรวดตายสูง

  •  เริ่มแรกต้องเลือกฝักแก่มาแกะเอาเมล็ดออก จากนั้นนำเมล็ดห่อด้วยผ้าขาวแช่น้ำทิ้งไว้ 2 คืน
  • ดินที่ใช้ในการเพาะเมล็ดคือดินร่วน หลักจากเพาะเมล็ดแล้วต้นกล้างอกงาม สามารถย้ายลงแปลงปลูกได้
  • ความลึกของหลุมประมาณ 30 เซนติเมตร ระยะการปลูกที่เหมาะสมได้แก่ 4 x 4 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ สามารถปลูกต้นจามจุรีได้ประมาณ 100 ต้น

การดูแลรักษา

       จามจุรี ต้นไม้ที่ดูแลรักษาไม่ยาก ชอบแสงแดดตลอดทั้งวัน เมื่อต้นยังเล็ก ควรพรวนดินให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก แนะนำควรใส่ปุ๋ยปีละ 1 ครั้ง สำหรับการแต่งกิ่งสามารถตัดแต่งกิ่งได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องรักษารูปทรงของเรือนยอดไว้ การใช้สารเคมีจำกัดศัตรูพืช แมลงต่าง ๆ ต้องใช้ตามความเหมาะ หากใช้สารเคมีมากเกินไปอาจทำให้กิ่งอ่อนแห้งตายได้รับความเสียหายได้ ส่วนการให้น้ำ จามจุรี ชอบปริมาณน้ำปานกลาง-มาก

ต้นจามจุรี

สาระเกี่ยวกับต้นจามจุรีทอง

       ต้นจามจุรีสีทอง มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ต้นพฤกษ์ ต้นซึกหรือต้นสิรีสะ ต้นก้ามปู เป็นต้น พันธุ์ไม้ที่โดดเด่น ให้ดอกสีเหลืองทองสวยงาม ออกดอกเป็นช่อกระจุก กลีบดอกเล็กมาก เกสรสีเขียวและขาวเป็นฝอย เมื่อดอกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แล้วรู้หรือไม่ว่าจามจุรีทองยังเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดมหาสารคามด้วย จามจุรีทองมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่อินเดีย พม่า และหมู่เกาะอันดามัน สำหรับราคาจะขึ้นอยู่กับขนาด จามจุรีทอง 12 นิ้ว สูง 6.5 เมตร จำหน่ายในราคาประมาณ 8,500 บาท

ทั้งหมดนี้ ก็คือ ข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับต้นจามจุรี และเรื่องราวต่างๆ เชื่อว่าหลาย ๆ คนไม่เคยรู้มาเกี่ยวกับต้นไม้ชนิดนี้ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน นอกจากเรื่องของประวัติความเป็นมาของต้นจามจุรีแล้ว ก็ยังมีประโยชน์ของต้นจามจุรีที่เราเอามาฝาก ไปจนถึงการปลูกและการดูแลรักษา เรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อ และสาระน่ารู้ต่างๆ ซึ่งหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อทุก ๆ คนและทำให้ทุกคนได้รู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้มากขึ้น