Tuesday, 17 May 2022

ต้นจันผา ไม้มงคล สรรพคุณมากมาย ทนแล้งดี ปลูกและดูแลไม่ยาก

ต้นจันผา

ต้นจันผาบางหรือคนเรียกว่า ต้นจันผาแดง ไม้ประดับที่ขึ้นอยู่ตามป่า ตามโขดหิน บนหน้าผาของประเทศไทยต้นจันผาป่า ปัจจุบันได้รับความนิยมในการปลูกทั่วไปเพราะฟอร์มที่สวยงามแถมยังเป็นไม้มงคลด้วย ทุกคนรู้หรือไม่ว่าจันผา นอกจากจะเป็นไม้ประดับที่ให้ความสวยงามแล้วยังมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากมายช่วยรักษาโรคได้หลากหลายอาการ เพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับต้นไม้ชนิดนี้มากขึ้น วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับจันผา ไม้พุ่มขนาดกลาง กับเรื่องราวต่าง ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ข้อมูลทั่วไป

ชื่อสามัญ : Dracaena loureiri Gagnep

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dracaena cochinchinensis (Lour.) S.C.Chen.

วงศ์ : ASPARAGACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้นจันผา

ใบ

       จันผา ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกันถี่ๆ ที่บริเวณปลายกิ่ง ต้นไม้ชนิดนี้ไม่มีกิ่ง มีเพียงใบที่เป็นรูปยาวรี ขอบขนาน ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น ใบมีความกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร ยาว 45-80 เซนติเมตร เนื้อใบหนากรอบ โคนใบติดกับลำต้นหรือคลุมลำต้น ไม่มีก้านใบ มักทิ้งใบเหลือเพียงยอดที่เป็นพุ่ม  

ต้น

       ต้นจันผาเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ชนิดไม่ผลัดใบ ความสูงประมาณ 1.5-4 เมตร แต่บางต้นที่โตเต็มที่ อาจมีความสูงถึง 17 เมตรเลยทีเดียว เรือนยอดรูปทรงไข่ เมื่อโตขึ้นจะแผ่กว้าง ลำต้นตั้งตรง กลม เปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาลอมสีเทาหรือเป็นสีน้ำตาลแตกออกเป็นร่องตามแนวยาว ต้นไม้ชนิดนี้ไม่มีกิ่งก้าน แก่นไม้ด้านในเป็นสีขาวแต่เมื่ออายุมากขึ้นแก่นไม้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงแก่นที่มีสีแดงถูกเรียกว่า “จันทร์แดง” เมื่อแก่นมีสีแดงเต็มต้น ต้นจะโทรมและตายลง

ต้นจันผา

ดอก

       จันผาออกดอกเป็นช่อที่มีขนาดใหญ่ บริเวณปลายยอดโค้งห้อยลง ดอกเป็นพวงใหญ่ตามซอกใบและปลายยอด แต่ละช่อมีความยาวประมาณ 45-100 เซนติเมตร ดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก สีของดอกมีสีขาวนวลหรือสีขาวครีม บางครั้งอาจเป็นสีเขียวอมสีเหลือง กลิ่นหอม ตรงกลางดอกมีจุดสีแดงสด ดอกประกอบไปด้วยกลีบดอก 6 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 6 ก้านเกสรมีความกว้างเท่ากับอับเรณู ส่วนก้านเกสรตัวเมียปลายแยกเป็นพู 3 พู กลีบเลี้ยงเป็นหลอดที่ปลายกลีบแยกเป็นพู 6 พู ไม่ซ้อนกัน จันผาจะออกดอกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม

ผล

ผลออกเป็นช่อพวงโต ทรงกลมขนาดเล็กอยู่รวมกันเป็นพวง ขนาดผลประมาณ 1 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ ผลอ่อนมีสีเขียวอมสีน้ำตาลแต่เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือสีแดงคล้ำ ภายในผลมีเมล็ดเดียว ผลจะแก่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน

สรรพคุณทางยาสมุนไพรของต้นจันผา

  • มีสรรพคุณเป็นยาแก้ไข้ แก้ไอ (แก่น, เนื้อไม้)
  • ช่วยบำรุงหัวใจ (แก่น, เนื้อไม้)
  • ช่วยแก้อาการเหงือกตก อาการกระสับกระส่าย (แก่น)
  • รักษาดีซ่าน (เมล็ด)
  • ช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ทั้งต้น)
  • ช่วยรักษาบาดแผล ป้องกันแผลติดเชื้อ (แก่น, ราก)
  • ใช้ฝนทาช่วยแก้อาการฟกช้ำ (แก่น)
  • มีสรรพคุณช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ บำรุงตับและบำรุงปอด (แก่น)
  • ใช้รักษากลุ่มอาการทางระบบไหลเวียนโลหิต (แก่น)

ความเชื่อเกี่ยวกับต้นจันผา

       คนไทยกับความเชื่อเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ คนไทยนิยมปลูกต้นไม้ที่เป็นสิริมงคล หนึ่งในนั้นก็คือ ต้นจันผา โดยคนไทยมีความเชื่อว่าการปลูกต้นจันผาจะนำมาซึ่งโชคลาภ วาสนา และความสุขในชีวิต นิยมปลูกควบคู่ไปกับต้นวาสนาเพราะมีความเชื่อว่าดอกไม้ทั้งสองชนิดนี้หากออกดอกพร้อมกัน จะทำให้มีกลิ่นหอมและสร้างความสวยงามสร้างความเป็นสิริมงคลยิ่ง ๆ ขึ้นไป ต้นจันผาเป็นไม้มงคล ช่วยเรียกทรัพย์เข้าบ้าน โดยเฉพาะต้นจันผาด่าง เป็นไม้ในกลุ่ม Dracaena สำหรับคนรักต้นไม้ก็คงจะรู้ดีว่าจันผาด่างนั้น หาพบเจอได้ยาก จึงทำให้มีราคาแพง นิยมใช้ในการตกแต่งจัดสวนทั้งภายในและภายนอก จันผาด่างมีลักษณะคล้ายกับต้นจันผาทั่วไปแต่ใบจะมีลวดลายที่สวยงามมากกว่า บางใบมีสีขาวสลับกับเขียวหรือมีสีเหลืองสลับกับสีเขียวเห็นได้อย่างชัดเจน อีกทั้งต้นจันผาแคระ ก็ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน

       นอกจากจันผาด่างที่ได้รับความนิยมแล้ว ก็ยังมีต้นจันผายักษ์ที่หาพบเจอได้ยาก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้จากการรายงานข่าวมีการพบต้นจันผายักษ์ที่มีอายุนานนับหลายร้อยปีที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โคราช มีการพบเจอต้นจันผายักษ์ที่แหล่งต้นน้ำเขื่อนลำแชะ ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เนื่องด้วยความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้ต้นไม้หายากนานาชนิดเติบโตอยู่ที่นี่ โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่หนึ่งในนั้นคือจันผายักษ์ที่เกิดขึ้นบนหน้าผา ภูเขาสูงชัน หากแล่นเรือผ่านเขื่อนลำแซะไปตามต้นน้ำประมาณ 30 นาที ก็จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่า จันผายักษ์ไม่ได้มีแค่ต้นเดียวแต่มีไม่น้อยกว่า 50 ต้น แต่ละต้นตั้งสูงตระหง่านตา

ต้นจันผา

การปลูกและการดูแลต้นจันผา

       แม้ว่าจันผาจะเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมในการซื้อขายตามท้องตลาดแต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วจันผาเป็นต้นไม้ที่กฎหมายคุ้มครอง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทกลุ่มไม้หวงห้ามนำออกจากป่าแต่สามารถขยายพันธุ์ปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านเรือนได้ การขยายพันธุ์ต้นจันผานิยมใช้วิธีการปักชำ โดยตัดหน่อหรือกิ่งของจันผาจากต้นพันธุ์ แล้วนำมาปักชำลงในกระถาง ต้นจันผาในกระถางใช้ตกแต่งสถานที่ทั้งภายในและภายนอก หรือจะปลูกลงแปลงก็ทำได้ จันผาเป็นไม้ที่เติบโตได้ง่ายแต่ต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนานด้วยความยากในการหาต้นแม่พันธุ์ถึงแม้จะเป็นต้นไม้ที่คล้ายๆ คนนิยมปลูกแต่ก็มีน้อยมาก เมื่อเทียบกับพันธุ์ไม้อื่นๆ จันผาส่วนมากจะเจริญเติบโตตามป่าเขาหรือในอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ให้สังเกตดูว่าที่ไหนโหดหินเยอะที่นั่นจะพบต้นจันผาแทรกตัวอยู่เสมอ

       อีกหนึ่งวิธีในการปลูกต้นจันผาก็คือ การเพาะเมล็ด โดยเมล็ดของจันผาจะหล่นอยู่ตามโคนต้น ข้อดีของการเพาะเมล็ดคือจะทำให้ฟอร์มของต้นสวยงามและแข็งแรงกว่าต้นที่ปักชำ การปลูกต้นจันผาให้ใช้ดินผสมด้วยหิน ดินเหนียวหรือลูกรัง ช่วยให้รากแข็งแรงมากขึ้นและมีที่ยึดเกาะ ทนแล้งได้ดี หากปลูกจันผาด้วยดินล้วนๆ จะทำให้รากไม่แข็งแรง ไม่มีที่ยึดเกาะ ส่งผลให้ยอดมีขนาดเล็กกว่าปกติ ดังนั้น ถ้าคิดจะปลูกต้นไม้ชนิดนี้ควรผสมวัสดุปลูกให้เหมาะสม หรืออาจเสริมด้วยโขดหินเพื่อให้ลำต้นเติบโตมามีที่ยึดเกาะเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

       ส่วนการดูแลจันผาก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แค่หมั่นสังเกตดูโรคที่แสดงอาการออกทางใบและอาการเน่าที่เกิดทางลำต้น หากให้น้ำมากจนเกินไป ดังนั้น การรดน้ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรรดน้ำ 3 วันครั้งก็น่าจะเพียงพอแล้ว เนื่องจากโดยธรรมชาติจันผาเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามภูเขา ตามโขดหิน ดังนั้น จึงค่อนข้างที่จะทนแดดทนแล้งได้ดี น้ำจึงไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสักเท่าไหร่ สำหรับการให้ปุ๋ยสามารถให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ก็ได้

จันผาและไม้ต่างพันธุ์

       เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ยังไม่รู้จักจันผาดีพอ ก็อาจเกิดความสับสนเพราะมีหลายต้นมาก ๆ ที่หน้าตาคล้ายเคียงกันกันกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้ ถึงแม้ว่าจันผาจะมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น จันทร์หอม ซึ่งมีขนาดลำต้นและใบเล็กกว่าจันผา รวมถึงแตกกิ่งก้านออกมามากที่สุด จันทร์แดงมีขนาดใบเล็กและลำต้นมีรอยแตกเป็นร่องละเอียดกว่าจันผา จันผาด่างมีสีเหลืองแซงขึ้นมาที่ใบมากกว่าปกติ และ จันผาใบสั้น

       ปาล์มแส้ม้าหรือต้นแส้ม้าต้นคล้ายกับจันผา ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าลักษณะเหมือนแส้ม้า ดังนั้น ใบจะยาวกว่าจันผา กระจายรอบทิศทางอีกทั้งโคนต้นยังมีรูปกลมใหญ่ เมื่อต้นแซ่ม้าเติบโตเต็มวัยจะแตกกิ่งก้านออกไป มีลำต้นสูงยืดเช่นเดียวกับจันผาทำให้หลายคนอาจจะสนใจว่ามันคือต้นอะไร แต่ความสวยงามนั้นเรียกได้ว่ากินกันไม่ลงเลยทีเดียว

       วาสนาก็มีลักษณะคล้ายกับจันผาเช่นเดียวกัน มียอดเป็นพุ่ม แต่ใบจะหนามากกว่าและจำนวนใบน้อยกว่า ต้นวาสนาเป็นไม้มงคลเหมือนกับจันผา มีความเชื่อว่าถ้าบ้านไหนปลูกจะนำมาซึ่งโชคลาภ วาสนา สร้างความสุข ความเจริญให้กับชีวิต เพียงแค่ดอกของวาสนาจะออกในช่วงฤดูหนาวแทน เรียกได้ว่าถ้าปลูกทั้งจันผาและวาสนาก็อาจทำให้ได้กลิ่นที่หอมจากดอกของทั้ง 2 ต้น ตลอดฤดูฝนและฤดูหนาวกันเลยทีเดียว

ต้นจันผา

ภาพโดย Rattakarn_ จาก Pixabay

จันผาราคาเท่าไหร่

       ถ้าถามถึงราคาของต้นไม้ชนิดนี้ ราคานั้นจะแตกต่างกันออกไปตามขนาดและลักษณะสีของ ใบปัจจุบันจำหน่ายต้นกล้าราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 70 บาทขึ้นไปต่อต้น ส่วนต้นที่มีความสูงประมาณ 1 เมตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 500 บาท

และนี่ก็คือเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับต้นจันผาทุกคนคงได้รู้แล้วว่าต้นจันผามีลักษณะเป็นอย่างไร แถมยังเป็นไม้มงคลและมีสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากมายรักษาโรคได้หลากหลายอาการด้วย เชื่อว่าเรื่องราวต่างๆ ที่เราเอามาแชร์ในวันนี้หลายๆ คนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณรู้และเข้าใจมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่สนใจหรือกำลังศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ชนิดนี้อยู่ หากใครที่ต้องการปลูกหรือต้องการขยายพันธุ์ก็สามารถนำเอาแนวทางต่าง ๆ ที่เราแนะนำไปใช้ได้เลย รวมถึงวิธีการดูแลรักษาต้นจันผาด้วย


งานวิจัยอ้างอิง : Dracaena cambodiana Pierre ex Gagnep.